โปรแกรมคุยงาน

โปรแกรมคุยงาน ที่ช่วยให้คนทำงานยุคใหม่ ทำงานร่วมกันได้บนโลกออนไลน์ โดยนิยมโหลดใช้กันในสายงานที่ต้องทำงานเป็นองค์กร หรือเป็นทีม

โปรแกรมคุยงาน ที่เรียกว่าคือ แอปพลิเคชัน ที่ได้รับความนิยมในช่วงที่หลาย ๆ บริษัท ต้องให้พนักงานทำงาน อยู่ที่บ้านเลยก็ว่าได้ สำหรับ Zoom Cloud Meetings โปรแกรมคุยงาน ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำให้การประชุมออนไลน์ โปรแกรมคุยเห็นหน้า PC ในรูปแบบที่สามารถมองเห็นหน้า เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนอีกต่อไป ซึ่งตอบโจทย์มาก สำหรับคนทำงาน

มาดูกันดีกว่าว่า แพลตฟอร์ม คุยงาน มีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ โปรแกรมคุยงาน Zoom ได้รับการตอบรับ อย่างล้นหลาม จากผู้คนมากถึง 10 ล้านคนทั่วโลก ถือได้ว่าเป็น แอปประชุมออนไลน์ ที่กำลังเป็นกระแส อย่างมากมาย ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

โปรแกรมคุยงาน

โปรแกรมคุยงาน จุดเด่นของ Zoom Cloud meetings ที่นิยมใช้กันอย่างมาก รวมถึงความครอบคลุมในการใช้งาน จะมีอะไรกันบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กัน

1. เริ่มต้นใช้งาน โปรแกรมคุยงาน ไม่เสียค่าบริการ : โดยเวอร์ชันที่ใช้งานได้ฟรี สามารถมีผู้ร่วมเข้าประชุมได้มากถึง 100 คน แต่จะถูกจำกัดเวลา ในการประชุมออนไลน์ ครั้งละไม่เกิน 40 นาที ซึ่งสำหรับหลาย ๆ บริษัท ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับเวลาในการประชุมเพียงเท่านี้

2. ผู้ใช้งานสามารถ เข้าร่วมในห้อง ได้จากทุกอุปกรณ์ : ผู้ร่วมประชุมที่ใช้อุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น PC, Mac, IOS, Android รวมไปถึงอุปกรณ์ Zoom Presence สามารถที่จะเข้าร่วม ประชุมด้วยกันได้หมด

3. โปรแกรมคุยงาน สามารถเลือกรูปแบบ ในการประชุมได้ ทั้งการประชุมแบบโต้ตอบได้ หรือจะนั่งฟังเฉย ๆ

4. โปรแกรมประชุมออนไลน์หรือ โปรแกรมคุยงาน มีฟังก์ชันที่เรียกว่า Safe drive สำหรับตอนขับรถด้วยนะ ถือว่าปลอดภัย และสะดวกกับผู้ใช้งานมาก ๆ

5. มีฟังก์ชัน Share Screen ที่สามารถแชร์ได้ ค่อนข้างหลากหลาย เช่น การแชร์ทั้งหน้าจอ, การแชร์ Whiteboard ซึ่งตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับการประชุม ที่ต้อง brainstorm ให้คนในห้อง ร่วมกันพิมพ์ลงไปได้ หรือจะแชร์หน้าจอ ที่เจาะจงหน้าต่างในแต่ละแอป

เหมาะอย่างยิ่งกับเวลา ในสถานการณ์ที่ต้อง ตื่นมาประชุมแต่เช้า แบบหน้าสด ๆ​ และยังไม่ได้แต่งตัว เป็นอย่างมาก เป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ส่งผลให้โปรแกรมดังกล่าวเป็น แอปประชุมออนไลน์ยอดนิยม

โปรแกรมคุยงาน

7. ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องรก : เนื่องจากผู้ใช้งาน สามารถเลือกตั้งค่า Virtual background เพื่อปกปิดบรรยากาศ ภายในบ้าน หรือห้องของผู้ใช้งานได้ ซึ่งสามารถเลือกได้ ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโออีกด้วย ถือว่าสะดวกมาก ๆ ส่วนฟังก์ชันที่เป็นวิดีโอ จะต้องใช้งานใน PC เท่านั้น

8. การใช้งานที่ต้อง เชิญผู้เข้าร่วมประชุม หรือคนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมได้อย่างสะดวก โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ , อีเมล หรือรายชื่อเท่านั้น

9. โปรแกรมสามารถ แชร์หน้าจอให้กับ ผู้เข้าร่วมประชุมได้อย่างไม่มีสะดุด : ซึ่งสามารถแชร์ได้จากโทรศัพท์ ไม่เพียงเท่านี้ยังสามารถแชร์ ไฟล์หรือโปรแกรมอื่น ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ อย่าง รูปภาพ ไฟล์ใน Drop box, OneDrive, Google drive และ box

10. ผู้เข้าร่วมประชุม สามารถใช้งานจากสัญญาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น WiFi หรือ 3G/4G ได้เลย

โปรแกรมนี้ถือได้ว่า มีคุณประโยชน์ที่มากมายขนาดนี้ หลาย ๆ คนก็อดไม่ได้ ที่จะติดใจการใช้งาน Zoom เพื่อการประชุม หรือพูดคุยงาน ผ่านโปรแกรมดังกล่าว

หลาย ๆ คนอาจจะนอกใจ Zoom เพราะอยากจะให้ การประชุมออนไลน์ ในครั้งต่อไป ดูแปลกใหม่มากขึ้น หากได้หันมาใช้ Switchboard แอปที่เพิ่งเปิดให้บริการ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากแอปดังกล่าว ทำให้ประสิทธิภาพ ให้คนทำงานร่วมกัน ในการประชุมออนไลน์ ได้มากกว่าการฟัง และดูหน้าจอที่แชร์มาอย่างเดียว

เรียกได้ว่าเป็น application ช่วยในการ ทำงาน อีกหนึ่งทางเลือก ของแอปประชุมออนไลน์ โดยทาง Switchboard ได้ทำฟังก์ชันออกมา ให้ผู้ใช้งานได้เข้ามา มีส่วนร่วมในเรื่องของ การทำงานร่วมกัน ในรูปแบบออนไลน์

ซึ่งสามารถที่จะ แบ่งเป็นห้องส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถ แบ่งห้องของแต่ละทีมได้ โดยไม่ถูกจำกัด ไม่เพียงเท่านี้ผู้ใช้งานยังสามารถ แชร์หน้าเว็บ แชร์ไฟล์ แชร์หน้าจอ หรือแปะกระดาษโน้ต ที่ผู้คนในทีม สามารถเข้ามาแก้ไข ในสิ่งต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ถือได้ว่าเปรียบเสมือน ห้องที่ผู้ใช้งานทุกคน สามารถแชร์ไอเดีย จากช่องทางออนไลน์ได้ ที่ไม่เพียงแค่ การเปิดกล้อง เปิดไมค์ ยกมือ หรือพิมพ์แค่อยู่ในกล่องข้อความเท่านั้น

โปรแกรมคุยงาน

จุดกำเนิดของ Switchboard app ทํางานเป็นทีม นั้นถูกพัฒนา มาจากข้อเสียของ แอปประชุมออนไลน์ ที่มีรูปแบบการใช้งาน ให้มีฟังก์ชันคล้าย ๆ กัน อย่างโปรแกรม Zoom หรือ Meet ที่จะมีเพียงการสนทนา ที่เป็นพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่ได้จากการใช้งาน ก็คือการโต้ตอบ หรือผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์ ผ่านช่องทางนี้ ได้น้อยมาก

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Switchboard ก็คือรูปแบบการใช้งาน ที่ไม่ซับซ้อนของเบราว์เซอร์ ที่ผู้ใช้งานค่อนข้าง ที่จะเคยใช้งานกันมาบ้าง ซึ่งสามารถมีการใช้งาน แอปประชุมดังกล่าว จากบนเว็บได้อย่างสะดวก

ไม่ว่าจะเป็น Google calendar , Notion , Trello , Asana ,Canva อีกทั้งช่องทางอื่น ๆ จาก Google Workspace และไม่จำเป็นต้อง สลับหน้าต่างไปมา ให้วุ่นวายอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ยังสามารถเปิดวิดีโอ ที่อยู่ใน YouTube หรือแชร์ภาพยนตร์เรื่องโปรด ซึ่งสามารถรับชม ไปพร้อมกันได้ อย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งยังใช้งาน แบบไม่ถูกจำกัดเวลา และไม่ต้องเสียค่าบริการ หรือต้องสมัครสมาชิก ได้จนถึงปลายปี 2022 ก่อนที่แอปดังกล่าว จะเปิดให้บริการ ที่เป็นรูปแบบ freemium สำหรับบุคคล และองค์กรต่อไป

ติดตามเรื่องราวของ RedmiBook กันต่อได้ที่ >>> ข่าวไอที มือถือ

 

เรียบเรียงโดย อลิส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You missed